งานอินทขิล เชียงใหม่ 2569 — คู่มือฉบับสมบูรณ์
งานอินทขิล เชียงใหม่ 2569
พิธีบูชาเสาอินทขิล เสาหลักเมืองเชียงใหม่ ณ วัดเจดีย์หลวง — 13 ถึง 19 พฤษภาคม 2569
ทุกเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับเสาอินทขิล ประเพณี พิธีกรรม และวิธีเที่ยวงานให้คุ้มค่าที่สุด

งานอินทขิล · เสาอินทขิล · พิธีบูชาเสาหลักเมือง · วัดเจดีย์หลวง เชียงใหม่
งานอินทขิล 2569 — ประเพณีศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของเมืองเชียงใหม่
ถ้าถามว่างานอะไรในเชียงใหม่ที่ไม่ได้จัดเพื่อนักท่องเที่ยว ไม่ได้โปรโมทเพื่อความบันเทิง แต่เป็นงานที่ชาวเชียงใหม่ทำมาตลอดกว่า 700 ปี คำตอบนั้นคือ “งานอินทขิล” ทุกปีในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม บริเวณวัดเจดีย์หลวงในเขตกำแพงเมืองเก่าจะเต็มไปด้วยขันดอก ควันธูป พวงมาลัย และความศรัทธาของผู้คนนับหมื่นที่มากราบสักการะ เสาอินทขิล หรือเสาหลักเมืองศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองเมืองเชียงใหม่มาตลอดตั้งแต่ก่อตั้งเมือง
งานอินทขิล เชียงใหม่ 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 ถึง 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ณ วัดเจดีย์หลวง ถนนพระปกเกล้า ใจกลางเมืองเก่า สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยู่ในเชียงใหม่ช่วงนั้น นี่คือหนึ่งในงานประเพณีที่มีชีวิตจิตใจและความหมายลึกซึ้งที่สุดในภาคเหนือของไทย บทความนี้จะบอกทุกอย่างที่ควรรู้ตั้งแต่เสาอินทขิลคืออะไร พิธีกรรมมีอะไรบ้าง จะเจออะไรที่งาน ต้องแต่งตัวอย่างไร และวางแผนมาอย่างไรให้ได้ประสบการณ์ที่ดีที่สุด
ข้อมูลสำคัญ
งานอินทขิล 2569 — สรุปข้อมูลสำคัญ
| ชื่องาน | งานอินทขิล / งานบูชาเสาอินทขิล (เสาหลักเมืองเชียงใหม่) |
| วันที่ 2569 | 13 – 19 พฤษภาคม 2569 (7 วัน) |
| สถานที่ | วัดเจดีย์หลวง ถนนพระปกเกล้า เมืองเก่าเชียงใหม่ |
| งานนี้คืออะไร | พิธีบูชาประจำปีเพื่อสักการะเสาอินทขิล เสาหลักเมืองศักดิ์สิทธิ์ของเชียงใหม่ |
| เหมาะสำหรับ | ผู้สนใจวัฒนธรรมล้านนา, การทำบุญ, งานวัด, ชมขบวนแห่ |
| การแต่งกาย | สุภาพ — ห้ามกางเกงขาสั้น-เสื้อกล้ามในบริเวณวัด |
| ค่าเข้างาน | ฟรี ไม่มีค่าเข้างาน |
เสาอินทขิลคืออะไร?
งานอินทขิลคืออะไร — เสาอินทขิล เสาหลักเมืองเชียงใหม่
คำว่า “อินทขิล” มาจากคำว่า “อินทร์” หรือ “พระอินทร์” ซึ่งเป็นราชาแห่งสวรรค์ในความเชื่อแบบพุทธ-พราหมณ์ เสาอินทขิล (เสาหลักเมืองเชียงใหม่) เป็นเสาศักดิ์สิทธิ์ที่ประดิษฐานอยู่ภายใน วิหารเสาอินทขิล (วัดสะดือเมือง) ซึ่งปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ของวัดเจดีย์หลวง บนถนนพระปกเกล้า เมืองเก่าเชียงใหม่
งานอินทขิล หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า งานบูชาเสาอินทขิล คือพิธีกรรมประจำปีที่จัดขึ้นในช่วงเดือน 8 เหนือ (เดือน 6 ของภาคกลาง) ซึ่งตรงกับกลางเดือนพฤษภาคม เพื่อให้ชาวเมืองได้มาสักการบูชาและต่ออายุความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับเสาหลักเมืองศักดิ์สิทธิ์ สำหรับปี 2569 งานจัดระหว่างวันที่ 13 ถึง 19 พฤษภาคม
เสาอินทขิลอยู่ที่ไหน?
เสาอินทขิลประดิษฐานอยู่ภายในวิหารเสาอินทขิล (วัดสะดือเมือง) ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณวัดเจดีย์หลวง ถนนพระปกเกล้า เมืองเก่าเชียงใหม่ ชื่อ “วัดสะดือเมือง” นั้นหมายถึง “สะดือ” หรือ “ศูนย์กลาง” ของเมืองนั่นเอง ซึ่งสอดคล้องกับความเชื่อที่ว่าเสาหลักเมืองคือแกนกลางทางจิตวิญญาณของทั้งเมืองเชียงใหม่ วิหารแห่งนี้เปิดให้เข้าสักการะได้ตลอดปี แต่ในช่วงงานอินทขิล 7 วัน จะกลายเป็นจุดศูนย์กลางของกิจกรรมพิธีกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเมือง

ทำไมงานอินทขิลถึงเป็นของเชียงใหม่โดยเฉพาะ?
แม้หลายจังหวัดทั่วไทยจะมีศาลหลักเมืองของตัวเอง แต่งานอินทขิลนั้นเป็นประเพณีที่ฝังรากลึกอยู่กับอัตลักษณ์ล้านนาของเชียงใหม่มากกว่าที่ใด เมื่อพญามังราย (พระเจ้ามังราย) ก่อตั้งเมืองเชียงใหม่ในปี พ.ศ. 1839 เสาอินทขิลก็ถูกปักลงเพื่อเป็นหลักคุ้มครองเมืองใหม่ และการสักการะเสาอินทขิลก็ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตลอด 700 กว่าปีนับแต่นั้น ปัจจุบันงานอินทขิลยังคงดึงดูดทั้งชาวบ้าน หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน และครอบครัวหลายหมื่นครอบครัวมาร่วมงานทุกปี ซึ่งไม่มีงานอื่นใดในภาคเหนือที่ทำได้แบบนี้
ความเชื่อและความสำคัญ
คนเชียงใหม่เชื่ออะไรเกี่ยวกับเสาอินทขิล?
สำหรับชาวเชียงใหม่ เสาอินทขิลไม่ใช่แค่โบราณวัตถุหรือสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม แต่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีชีวิต — เป็นผู้คุ้มครองเมืองที่ยังคงดูแลปกป้องทุกคนที่อาศัยอยู่ในเชียงใหม่มาจนถึงทุกวันนี้ ความเชื่อนี้ดำรงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สมัยก่อตั้งอาณาจักรล้านนา
1. เสาอินทขิลคุ้มครองเมืองจากภัยอันตราย
ความเชื่อพื้นฐานที่สุดของงานอินทขิลคือ ตราบใดที่เสาหลักเมืองยังได้รับการสักการะบูชาอย่างสม่ำเสมอ เมืองเชียงใหม่จะได้รับการคุ้มครองจากน้ำท่วม โรคระบาด ความแห้งแล้ง ศัตรู และสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง ดังนั้นพิธีกรรมนี้จึงไม่ใช่แค่ประเพณีที่ทำตามกัน แต่เป็นการต่ออายุพันธสัญญาระหว่างเมืองกับผู้คุ้มครองสวรรค์ที่ต้องทำทุกปีโดยไม่ขาดสาย ผู้อาวุโสในเชียงใหม่หลายท่านถือว่างานอินทขิลคือสิ่งสำคัญที่สุดที่ชุมชนต้องทำร่วมกันในแต่ละปี
2. การถวายเครื่องสักการะนำพรมาสู่ชีวิตส่วนตัว
นอกจากการบูชาเพื่อเมืองโดยรวมแล้ว ชาวบ้านยังเชื่อว่าการมาถวายขันดอก ดอกไม้ เทียน ธูป และเครื่องบูชาที่เสาอินทขิลในช่วงงานจะนำพรมาสู่ครอบครัว สุขภาพ การงาน และธุรกิจของตัวเองตลอดทั้งปีที่จะถึง จึงไม่แปลกที่จะเห็นทั้งเจ้าของกิจการ ข้าราชการ นักเรียน ไปจนถึงผู้สูงอายุต่างพากันนำขันดอกมาถวายตลอด 7 วันของงาน
3. เชื่อมระหว่างโลกของคนเป็นและบรรพบุรุษ
ในความเชื่อล้านนา ช่วงเวลาของงานอินทขิลยังถือเป็นช่วงที่เส้นแบ่งระหว่างโลกคนเป็นและโลกของผู้ล่วงลับบางลงเป็นพิเศษ ชาวเชียงใหม่หลายคนจึงมาทำบุญในงานนี้ไม่เพียงเพื่อตัวเองและเมือง แต่ยังอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษที่จากไปแล้ว เพื่อขอพรและขอบคุณสำหรับสิ่งที่ได้รับมา
4. อัตลักษณ์ของความเป็น “คนเมือง”
สำหรับคนเชียงใหม่อีกจำนวนมาก การมางานอินทขิลเป็นการแสดงออกถึงความเป็น “คนเมือง” — ผู้ที่มีรากฝังอยู่กับวัฒนธรรมล้านนา มีสายสัมพันธ์กับเมืองและบรรพบุรุษ มีความเชื่อเรื่องจิตวิญญาณของเมืองที่ต้องดูแลรักษา นี่จึงเป็นงานที่ต่างจากงานเทศกาลทั่วไปอย่างสิ้นเชิง เพราะคนมาไม่ใช่เพื่อความสนุก แต่มาเพราะรู้สึกว่า “ต้องมา”
พิธีกรรมและกิจกรรม
พิธีกรรมงานอินทขิล — มีอะไรบ้าง และมีขั้นตอนอย่างไร

งานอินทขิลจัดขึ้นตลอด 7 วัน โดยมีโครงสร้างพิธีกรรมที่ผสมผสานพิธีการระดับทางการเข้ากับการมีส่วนร่วมของประชาชนทั่วไป ไม่ว่าจะนับถือพุทธหรือไม่ ชาวไทยหรือนักท่องเที่ยว ทุกคนสามารถเข้าร่วมได้ การเข้าใจโครงสร้างคร่าว ๆ ของงานจะช่วยให้รู้ว่าควรคาดหวังอะไร และควรวางตัวอย่างไร
วันเปิดงาน — พิธีเปิดอย่างเป็นทางการ (13 พฤษภาคม)
วันแรกของงานจะเริ่มต้นด้วยพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ โดยมีพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานภาครัฐมาร่วมเป็นประธาน ก่อนพิธีเปิดจะมีพิธีตักบาตรยามเช้าซึ่งมีพระสงฆ์จำนวนมากรับบาตรจากผู้คนที่มาตั้งแต่ก่อนรุ่งสาง ถ้าหากอยากสัมผัสบรรยากาศที่สงบและลึกซึ้งที่สุดของงาน ช่วงเช้ามืดวันเปิดงานคือเวลาที่ดีที่สุด
วันที่ 1–7 — การบูชาและถวายขันดอกประจำวัน
ตลอด 7 วัน วิหารเสาอินทขิลจะเปิดให้เข้าสักการะตั้งแต่เช้าจนค่ำ ผู้มาร่วมงานจะถือขันดอก (เครื่องบูชาแบบล้านนา) ที่ประกอบด้วยดอกไม้สีขาว-เหลือง (โดยเฉพาะดอกมะ หรือดอกลีลาวดี) เทียน ธูป และบางครั้งมีใบตองพับหรือทองคำเปลว นำไปวางถวายที่เสาพร้อมตั้งจิตอธิษฐาน ตลอดเวลามีพระสงฆ์สวดมนต์เป็นระยะ ๆ ทำให้เสียงสวดพระปาฬิกลายเป็นเสียงพื้นหลังที่ได้ยินอยู่ตลอดทั้งวัน ขันดอกสำหรับใส่บูชาสามารถซื้อได้จากร้านค้าหน้าวัด ราคาประมาณ 20–50 บาท
การแสดงวัฒนธรรมล้านนา
ทุกคืนตลอด 7 วัน จะมีการแสดงทางวัฒนธรรมบนเวทีในลานวัดและบริเวณงาน ได้แก่ ฟ้อนเล็บ ฟ้อนเทียน ดนตรีพื้นเมืองล้านนา วงปี่พาทย์ และบางปีมีการแสดงละครพื้นบ้านอิงตำนานล้านนา การแสดงเหล่านี้ไม่ใช่เพียงเพื่อความบันเทิง แต่มีความหมายตามความเชื่อดั้งเดิมว่าการอุทิศศิลปะและความงามให้แก่เสาหลักเมืองจะเสริมความสัมพันธ์ระหว่างเมืองกับผู้คุ้มครองสวรรค์

วันปิดงาน — พิธีปิดครบรอบปี (19 พฤษภาคม)
วันสุดท้ายเป็นวันที่พิธีกรรมยิ่งใหญ่ที่สุดของปี มีการสวดมนต์ยาวขึ้น ตักบาตรเพิ่มขึ้น และพิธีชุมนุมใหญ่ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ครอบครัวที่ไม่ได้มาในระหว่างสัปดาห์มักตั้งใจมาวันสุดท้ายโดยเฉพาะ บรรยากาศในวันนั้นไม่ใช่บรรยากาศของการสิ้นสุด แต่เป็นความรู้สึกของการ “ครบรอบ” ที่สมบูรณ์ — เมืองได้ทำหน้าที่ต่อเสาหลักอีกครั้งแล้ว
ที่งานจะมีอะไรบ้าง
ไปงานอินทขิลจะได้เจออะไรบ้าง?

งานอินทขิลมีบุคลิกสองด้านที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง — ทั้งสองด้านนั้นน่าสัมผัสพอ ๆ กัน ด้านแรกคือโลกของพิธีกรรมภายในวิหาร เต็มไปด้วยเสียงสวดมนต์ กลิ่นธูป ดอกไม้บูชา และความศรัทธาที่จับต้องได้ ด้านที่สองคือโลกของงานวัดภาคเหนือขนาดใหญ่ที่กระจายออกไปตามถนนพระปกเกล้าและซอยโดยรอบ
ในวัด: พิธีกรรมและความศรัทธา
ภายในวัดเจดีย์หลวง คุณจะพบกับงานอินทขิลในแบบที่ลึกและแท้จริงที่สุด แถวต่อเพื่อเข้าวิหารเสาอินทขิลอาจยาวในวันสุดสัปดาห์และวันแรก-วันสุดท้ายของงาน แต่คนส่วนใหญ่บอกว่าคุ้มค่าที่จะรอ ภายในวิหารเต็มไปด้วยกลิ่นธูปอ่อน ๆ แสงเทียนสั่นไหว และแถวขันดอกที่เรียงรายอย่างงดงาม พระสงฆ์นั่งสวดเป็นแถว บรรยากาศเต็มไปด้วยความสงบและสมาธิร่วมกัน
นอกวัด: งานวัดพื้นบ้านภาคเหนือ
บริเวณนอกวัดตลอดแนวถนนพระปกเกล้าและซอยโดยรอบ จะเต็มไปด้วยร้านค้าหลายร้อยร้าน สิ่งที่จะได้เจอในงานวัดอินทขิล ได้แก่ อาหารเหนือหลากหลายชนิด ทั้งข้าวซอย แคบหมู ไส้อั่ว น้ำพริกหนุ่ม ข้าวเหนียวปิ้ง ขนมเทียน ขนมครก และของทอดต่าง ๆ รวมทั้งเครื่องดื่มสดชื่นอย่างน้ำอ้อยคั้น น้ำมะพร้าว และน้ำสมุนไพรพื้นเมือง นอกจากนี้ยังมีร้านขันดอกสำเร็จรูปสำหรับคนที่ต้องการนำไปบูชาในวัด ร้านผ้าและชุดพื้นเมืองล้านนา ร้านของที่ระลึก ร้านพระเครื่องและของมงคล และเวทีการแสดงวัฒนธรรมในเวลาค่ำ
คนเยอะที่สุดช่วงไหน?
ช่วงที่คนมากที่สุดคือหลัง 17.00 น. เพราะคนส่วนใหญ่มาหลังเลิกงาน วันเสาร์-อาทิตย์คนแน่นกว่าวันธรรมดามาก ถ้าอยากสักการะเสาอินทขิลโดยไม่ต้องรอนาน แนะนำให้มาช่วงเช้าวันธรรมดา บรรยากาศสงบกว่า ขันดอกยังสดใหม่ และเสียงสวดมนต์มีพลังที่สุด แต่ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศงานวัดเต็ม ๆ มาช่วงหัวค่ำหลัง 18.00 น. ในคืนไหนก็ได้ตลอดสัปดาห์
ร้านตาลอ่อน • อาหารเช้าและบรันช์ที่ต้องแว่ะให้ได้

อร่อย คุ้มค่า ร้านโลคอลแบบสุดๆ เปิดมา 18 ปีแล้ว
แว่ะมาได้ตลอดวัน: เปิดตั้งแต่ 7:00–21:00 น.
เมนูซิกเนเจอร์: แพนเค้กผลไม้, ข้าวผัดต้มยำแซลมอน, ข้าวซอย และชีสเค้กหน้าไหม้
ทำเลสะดวก: อยู่ใจกลางเมืองเก่า เดินจากวัดเจดีย์หลวงแค่ 80 เมตร
เมนูห้ามพลาด

แพนเค้กผลไม้สด
พลไม้สดใหม่ทุกวัน

วาฟเฟิลผลไม้และครีม
สดชื่น อร่อยจริง

สมูทตี้โบว์มะม่วง
เปรี้ยว หวาน ดูแลสุขภาพ
อาหารเช้าที่ทำให้วันเริ่มต้นแบบมีความสุข…ต้องเป็นมื้อที่
“อร่อยและสดใหม่”
อาหารเช้าที่ทำให้วันเริ่มต้นแบบมีความสุข…ต้องเป็นมื้อที่ “อร่อยและสดใหม่”
ความอร่อยที่รู้สึกได้ตั้งแต่คำแรก ทำสดแบบตั้งใจ รสชาติเข้มข้นพอดี ไม่ปรุงแบบผ่านๆ ให้แค่อิ่มท้อง
และสิ่งที่ทำให้มื้อนี้พิเศษขึ้นอีกขั้น คือการบริการที่ใส่ใจแบบจริงใจ—ยิ้มง่าย แนะนำเก่ง จำได้ว่าใครชอบแบบไหน พร้อมปรับรสตามที่คุณสบายใจ
ทั้งหมดนี้อยู่ในบรรยากาศธรรมชาติที่ผ่อนคลาย ลมเบาๆ แสงนุ่มๆ ทำให้มื้อเช้าธรรมดากลายเป็นช่วงเวลาที่อยากอยู่ต่ออีกนิด
การเตรียมตัว
ใส่อะไรไปงานอินทขิล และควรเตรียมตัวอย่างไร
การแต่งกาย — อะไรที่จำเป็น อะไรที่แนะนำ
เนื่องจากงานอินทขิลจัดในวัด กฎการแต่งกายของวัดเจดีย์หลวงบังคับใช้ตลอดช่วงงาน นั่นคือ ต้องปิดไหล่และเข่าเสมอในบริเวณวัด ห้ามสวมเสื้อกล้าม กางเกงขาสั้น หรือชุดที่เปิดเผยมากเกินไป หากแต่งกายไม่เหมาะสม ทางวัดมักจะมีผ้าคลุมให้ยืมที่ทางเข้า
นอกจากข้อกำหนดขั้นต่ำแล้ว ผู้ร่วมงานส่วนใหญ่แต่งตัวดีกว่าการเยี่ยมวัดธรรมดามาก สำหรับผู้ชาย กางเกงขายาวและเสื้อมีคอปกเป็นสิ่งที่เหมาะสม สำหรับผู้หญิง กระโปรงยาวหรือผ้าซิ่นเป็นสิ่งที่นิยมมาก งานอินทขิลคือหนึ่งในไม่กี่งานที่การแต่งชุดพื้นเมืองล้านนา เช่น ผ้าซิ่นลายเชียงใหม่หรือผ้าซิ่นตีนจก สีม่วง สีเลือดหมู หรือสีน้ำเงินเข้ม ไม่ใช่แค่ได้รับการต้อนรับ แต่รู้สึกกลมกลืนและเหมาะสมที่สุด
เช็กลิสต์การเตรียมตัวก่อนมางานอินทขิล
- แต่งกายสุภาพ — ปิดไหล่และเข่าตลอดเวลาในวัด แนะนำชุดพื้นเมืองล้านนาถ้ามี
- ซื้อขันดอกสำเร็จรูปที่ร้านหน้าวัด — ราคาประมาณ 20–50 บาท เพื่อนำไปบูชาเสาอินทขิลในวิหาร
- ถอดรองเท้าก่อนเข้าวิหาร — มีบริเวณวางรองเท้าที่ทางเข้า ควรใส่รองเท้าที่ถอดง่ายและจำได้
- เตรียมรับมือกับอากาศร้อน — ปลายพฤษภาคมในเชียงใหม่ร้อน 35–38 องศา ควรพกน้ำ สวมผ้าระบายอากาศ และวางแผนพักกลางวัน
- เตรียมเงินสด — ร้านค้าในงานส่วนใหญ่รับเงินสดเท่านั้น ไม่มีคิวอาร์โค้ด พันบาทก็เพียงพอสำหรับขันดอก อาหาร และของที่ระลึก
- เดินทาง — วัดเจดีย์หลวงอยู่กลางเมืองเก่าบนถนนพระปกเกล้า เดินได้จากทุกที่ในเขตคูเมือง หรือนั่ง Grab มาลงหน้าวัด ที่จอดรถใกล้วัดจะเต็มมากในช่วงงาน
วางแผนเที่ยวเชียงใหม่
กำลังวางแผนเที่ยวเชียงใหม่ แล้วหาที่เที่ยวกับร้านอาหารในเชียงใหม่หรือเปล่าค่ะ เรามีบทความที่ช่วยวางแผนของคุณได้ง่ายขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
งานอินทขิล เชียงใหม่ 2569 — คำถามที่พบบ่อย
รวมคำถามยอดฮิตเรื่องเสาอินทขิลและงานอินทขิล พร้อมคำตอบตรง ๆ ที่เชื่อถือได้
งานอินทขิล หรืองานบูชาเสาอินทขิล คือพิธีกรรมประจำปีที่จัดขึ้น ณ วัดเจดีย์หลวง เมืองเก่าเชียงใหม่ เพื่อสักการะบูชาเสาอินทขิล — เสาหลักเมืองและผู้คุ้มครองทางจิตวิญญาณของเชียงใหม่ งานจัดขึ้น 7 วันในช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี มีพิธีกรรมทางพุทธศาสนา การถวายขันดอก การแสดงวัฒนธรรมล้านนา และงานวัดขนาดใหญ่
เสาอินทขิล (เสาหลักเมืองเชียงใหม่) คือเสาศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อกันว่าเป็นแกนกลางทางจิตวิญญาณและผู้คุ้มครองเมืองเชียงใหม่ คำว่า “อินทขิล” มาจาก “พระอินทร์” ราชาแห่งสวรรค์ในพุทธ-พราหมณ์ ประดิษฐานในวิหารเสาอินทขิล (วัดสะดือเมือง) ภายในวัดเจดีย์หลวง ก่อตั้งพร้อมกับเมืองเชียงใหม่เมื่อ พ.ศ. 1839
งานอินทขิล 2569 จัดระหว่างวันที่ 13 ถึง 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 รวม 7 วัน ณ วัดเจดีย์หลวง ถนนพระปกเกล้า เมืองเก่าเชียงใหม่ พิธีเปิดคือวันที่ 13 และพิธีปิดคือวันที่ 19 พฤษภาคม
งานอินทขิลจัดที่วัดเจดีย์หลวง ถนนพระปกเกล้า เมืองเก่าเชียงใหม่ โดยศูนย์กลางพิธีกรรมอยู่ที่วิหารเสาอินทขิล (วัดสะดือเมือง) ภายในวัด ส่วนงานวัดและร้านค้ากระจายไปตามถนนพระปกเกล้าและซอยโดยรอบตลอด 7 วัน
ฟรีครับ ไม่มีค่าเข้างาน ไม่มีตั๋ว ค่าใช้จ่ายที่จะมีคือค่าขันดอกสำหรับบูชา (ประมาณ 20–50 บาท) และค่าอาหารจากร้านค้าในงาน
เนื่องจากงานจัดในวัด ต้องแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และเข่าตลอดเวลาในบริเวณวัด ห้ามสวมเสื้อกล้ามหรือกางเกงขาสั้น นักท่องเที่ยวหลายคนเลือกใส่ชุดพื้นเมืองล้านนา เช่น ผ้าซิ่นสำหรับผู้หญิง ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งในงานนี้
ได้เลยครับ งานอินทขิลเปิดต้อนรับทุกคนไม่ว่าจะนับถือศาสนาอะไรหรือสัญชาติใด ผู้เยี่ยมชมสามารถสังเกตพิธีกรรม ถวายขันดอก และเดินชมงานวัดได้ตามสะดวก ข้อกำหนดหลักคือแต่งกายสุภาพและวางตัวเงียบ สุภาพภายในวัด
ในงานวัดมีร้านอาหารหลากหลายมากโดยเฉพาะอาหารเหนือ ทั้งข้าวซอย ไส้อั่ว น้ำพริกหนุ่ม ขนมพื้นเมืองต่าง ๆ แต่ถ้าอยากนั่งพักสบาย ๆ มีแอร์หรือที่นั่งสวนร่มรื่น ร้านตาลอ่อน (Thaan Aoan) บนถนนพระปกเกล้าห่างจากวัดเจดีย์หลวงแค่ 80 เมตร เปิดทุกวันตลอดงานตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง 3 ทุ่ม



